23 เมษายน ตลาดหุ้นนิวยอร์กดิ่งลงอย่างรุนแรง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการพัฒนาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ส่งผลกระทบต่อบางบริษัท รวมถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับคำตัดสินทางกฎหมายของรัฐบาลทรัมป์เกี่ยวกับภาษีตอบโต้ที่ยังคงไม่แน่นอน ซึ่งสุดท้ายปิดตลาดในทิศทางอ่อนแอ ซึ่งถูกวิเคราะห์ว่าเป็นผลมาจากความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความไม่แน่นอนในอนาคตที่ทำให้เกิดการเทขาย
ในรายละเอียด ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ 30 ตัวลดลง 821.91 จุด ปิดที่ 48,804.06 จุด ซึ่งเป็นการลดลงประมาณ 1.66% เช่นเดียวกัน ดัชนี S&P 500 ก็ลดลง 71.76 จุด ปิดที่ 6,837.75 จุด ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ซึ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยีก็ลดลง 258.80 จุด ปิดที่ 22,627.27 จุด
หนึ่งในสาเหตุหลักของการลดลงของราคาหุ้นในครั้งนี้คือความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยี AI ที่จะมีต่ออุตสาหกรรมและบริษัทในปัจจุบัน เนื่องจากการนำ AI ไปใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องและเป็นภัยคุกคามต่อโมเดลธุรกิจเดิม ทำให้นักลงทุนเกิดความสงสัยในความสามารถในการดำเนินงานอย่างยั่งยืนของบริษัทที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากสิ่งนี้อาจนำไปสู่การว่างงานจำนวนมากและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นปัญหาที่รุนแรงขึ้น
นอกจากนี้ ปัญหาเกี่ยวกับความผิดกฎหมายของภาษีตอบโต้ที่รัฐบาลทรัมป์เคยดำเนินการก็ปรากฏขึ้น ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศไม่แน่นอน ซึ่งเป็นการเพิ่มความตึงเครียดทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น ๆ ส่งผลให้ความผันผวนของตลาดเพิ่มขึ้น
แนวโน้มเช่นนี้ของตลาดอาจดำเนินต่อไปในระยะสั้น เนื่องจากทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี AI และปัญหาภาษีตอบโต้เป็นเรื่องที่ไม่สามารถแก้ไขได้ในระยะสั้น นักลงทุนจึงจำเป็นต้องติดตามความไม่แน่นอนเหล่านี้อย่างใกล้ชิดและพิจารณากลยุทธ์การลงทุนในอนาคตใหม่