คาดว่าดัชนีราคาหุ้นรวมเกาหลี (KOSPI) จะเปิดตลาดในวันที่ 24 ด้วยแนวโน้มอ่อนตัว เนื่องจากคำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐเกี่ยวกับภาษีตอบโต้ที่ผิดกฎหมาย และการประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับการเพิ่มภาษี ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายการเก็บภาษีของทรัมป์ที่ยังคงสร้างความไม่แน่นอนให้กับเศรษฐกิจโลก
ในวันก่อนหน้า ดัชนี KOSPI เคยทะลุระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ที่ 5900 จุดชั่วคราว แต่ต่อมาราคาขยับขึ้นไม่มากนัก ปิดที่ 5846.09 จุด โดยนักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิเกิน 1 ล้านล้านวอน ขณะที่นักลงทุนต่างชาติและสถาบันต่างก็ขายสุทธิในระดับเดียวกัน หลังจากศาลสูงสุดประกาศว่าการเก็บภาษีตอบโต้ผิดกฎหมาย ตลาดเคยคลายความกังวลชั่วคราว แต่ทรัมป์ไม่ยอมรับคำตัดสินและประกาศว่าจะดำเนินการเก็บภาษีเพิ่ม ส่งผลให้ตลาดยังคงวิตกกังวลต่อไป
แนวโน้มการขึ้นของตลาดหุ้นในประเทศบางส่วนถูกถอนคืนจากการขายทำกำไร ขณะที่ดัชนีคอสต์แดกซ์ก็เปลี่ยนเป็นปรับตัวลง นอกจากนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กก็ปรับตัวลดลงเนื่องจากข่าวด้านลบในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลายรายการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมดั้งเดิมที่มีประวัติยาวนานได้รับผลกระทบจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี AI ซึ่งเป็นปัจจัยที่สร้างความไม่แน่นอน
การพัฒนาเทคโนโลยี AI ส่งผลกระทบเชิงลบต่อหุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวข้อง หลังจากบริษัท Anthropic เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ของเครื่องมือด้านความปลอดภัย AI ตลาดก็วิตกกังวลต่ออุตสาหกรรมซอฟต์แวร์มากขึ้น นอกจากนี้ คาดการณ์ว่าหากตลาดสินเชื่อเอกชนที่เกี่ยวข้องกับ AI เผชิญกับการชะลอของรายได้ ทำให้มูลค่าหลักประกันลดลง ก็จะเร่งให้หุ้นกลุ่มการเงินร่วงลงอีก
ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า แม้จะมีความไม่แน่นอนในปัจจุบัน แต่ KOSPI ยังคงมีพื้นฐานและมูลค่าที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นทั่วโลก ในบริบทนี้ คาดว่าจะมีแรงซื้อชั่วคราวเข้ามาในช่วงตลาดเปิด เพื่อบรรเทาการปรับตัวลงของดัชนี อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและตลาดยังคงอยู่ นักลงทุนควรระมัดระวังและติดตามแนวโน้มตลาดอย่างใกล้ชิด