SBI Remit ทำธุรกรรมโอนข้ามพรมแดนด้วยพลัง XRP เกิน 15 พันล้านดอลลาร์

XRP1.43%

SBI Remit มียอดการโอนเงินระหว่างประเทศสะสมทะลุ 2.5 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของการชำระเงินข้ามพรมแดนที่ขับเคลื่อนด้วยบล็อกเชน ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงการที่บริษัทนำเทคโนโลยี On-Demand Liquidity (ODL) ของ Ripple มาใช้ โดยใช้ XRP เป็นสินทรัพย์ตัวกลางเพื่อให้การชำระเงินได้เกือบจะทันที โดยไม่ต้องมีบัญชีที่มีเงินทุนเตรียมไว้ในประเทศปลายทาง ญี่ปุ่นได้กลายเป็นตลาดชั้นนำสำหรับการนำบล็อกเชนไปใช้ในเชิงองค์กร โดย SBI Remit ให้บริการแก่ชาวต่างชาติและแรงงานข้ามชาติที่ต้องการบริการโอนเงินกลับประเทศที่รวดเร็วและมีต้นทุนเข้าถึงได้สำหรับครอบครัวและธุรกิจในต่างประเทศ

SBI Remit ทะลุ 15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในยอดโอนสะสม

SBI Remit ประกาศว่ายอดการโอนเงินระหว่างประเทศสะสมที่ประมวลผลผ่านแพลตฟอร์มของบริษัทมีมากกว่า 2.5 ล้านล้านเยน หรือราว 15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ บริษัทให้บริการเป็นหลักแก่ชาวต่างชาติและแรงงานข้ามชาติในญี่ปุ่นที่ต้องพึ่งพาวิธีการที่รวดเร็วและมีต้นทุนต่ำในการส่งเงินให้ครอบครัวและธุรกิจในต่างประเทศ ระบบธนาคารแบบดั้งเดิมสำหรับการโอนเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับคนกลางหลายราย ค่าธรรมเนียมสูง และความล่าช้าที่อาจยืดเยื้อเป็นเวลาหลายวัน SBI Remit วางตำแหน่งตัวเองให้เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ด้วยการใช้โครงสร้างพื้นฐานบนบล็อกเชน

พันธมิตร Ripple ช่วยให้การชำระเงินที่ขับเคลื่อนด้วย XRP เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2021

SBI Remit รักษาความร่วมมือกับ Ripple มาตั้งแต่ปี 2017 โดยใช้ RippleNet เพื่อทำให้ธุรกรรมข้ามพรมแดนมีความคล่องตัวขึ้น ด้วยเวลาการชำระที่เร็วขึ้นและความโปร่งใสที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับการธนาคารแบบตัวกลาง (correspondent banking) ในปี 2021 SBI Remit กลายเป็นบริษัทแรกในญี่ปุ่นที่เปิดให้บริการโอนเงินระหว่างประเทศที่ขับเคลื่อนด้วย On-Demand Liquidity (ODL) ODL ใช้ XRP เป็นสินทรัพย์ตัวกลาง ทำให้มูลค่าสามารถเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนได้โดยไม่ต้องให้องค์กรต่าง ๆ จัดเตรียมเงินทุนล่วงหน้าไว้ในบัญชีของประเทศปลายทาง สภาพคล่องถูกจัดหาตามเวลาจริงผ่านตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ทำให้สามารถชำระเงินได้เกือบจะทันที เมื่อผู้ใช้งานเริ่มต้นการโอน SBI Remit จะส่งคำสั่งผ่าน SBI VC Trade โดยเงินจะถูกแปลงเป็น XRP โอนไปข้ามพรมแดนภายในไม่กี่วินาที จากนั้นจึงแลกกลับเป็นสกุลเงินท้องถิ่นของผู้รับ โครงสร้างนี้ช่วยลดความล่าช้าในการชำระ ลดแรงเสียดทานด้านการปฏิบัติการ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุนสำหรับสถาบันที่เข้าร่วม

SBI Remit ขยายเครือข่ายบล็อกเชนร่วมกับธนาคาร Tottori

ล่าสุด SBI Remit ได้ขยายเครือข่ายการชำระเงินที่รองรับบล็อกเชน ผ่านความร่วมมือกับ Tottori Bank ซึ่งส่งสัญญาณถึงความสนใจเชิงสถาบันเพิ่มเติมต่อการประยุกต์ใช้บัญชีแยกประเภทแบบกระจายในภาคการธนาคารของญี่ปุ่น ญี่ปุ่นกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความเคลื่อนไหวมากขึ้นสำหรับการนำบล็อกเชนในเชิงองค์กรมาใช้ โดยสถาบันการเงินอย่างกลุ่ม SBI มีบทบาทสำคัญในการบูรณาการเทคโนโลยีบัญชีแยกประเภทแบบกระจายเข้ากับบริการชำระเงิน การเติบโตอย่างต่อเนื่องของปริมาณธุรกรรมโอนเงินของ SBI Remit ชี้ให้เห็นถึงความต้องการที่ยั่งยืนสำหรับการชำระเงินระหว่างประเทศที่เร็วขึ้นและคุ้มค่ากว่า

คำถามที่พบบ่อย

SBI Remit บรรลุความสำเร็จระดับใดในการโอนข้ามพรมแดน?

SBI Remit ประกาศว่ายอดการโอนเงินระหว่างประเทศสะสมที่ประมวลผลผ่านแพลตฟอร์มของบริษัทมีมากกว่า 2.5 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ บริษัทให้บริการชาวต่างชาติและแรงงานข้ามชาติในญี่ปุ่นที่ส่งเงินไปให้ครอบครัวและธุรกิจในต่างประเทศ

SBI Remit ใช้ XRP ในระบบชำระเงินอย่างไร?

SBI Remit ใช้เทคโนโลยี On-Demand Liquidity (ODL) ของ Ripple ซึ่งใช้ XRP เป็นสินทรัพย์ตัวกลาง เมื่อผู้ใช้งานเริ่มต้นการโอน เงินจะถูกแปลงเป็น XRP โอนไปข้ามพรมแดนภายในไม่กี่วินาที จากนั้นจึงแลกกลับเป็นสกุลเงินท้องถิ่นของผู้รับ กระบวนการนี้ตัดความจำเป็นในการมีบัญชีที่มีเงินทุนเตรียมไว้ในประเทศปลายทาง และช่วยให้สามารถชำระเงินได้เกือบจะทันที

ทำไมญี่ปุ่นจึงนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้สำหรับการโอนเงินกลับประเทศ?

ญี่ปุ่นได้กลายเป็นตลาดชั้นนำสำหรับการนำบล็อกเชนในเชิงองค์กรมาใช้ โดยสถาบันการเงินอย่างกลุ่ม SBI ได้บูรณาการเทคโนโลยีบัญชีแยกประเภทแบบกระจายเข้ากับบริการชำระเงิน ความร่วมมือของ SBI Remit กับ Ripple ตั้งแต่ปี 2017 และการเปิดตัวการโอนเงินที่ขับเคลื่อนด้วย ODL ในปี 2021 สะท้อนถึงความให้ความสำคัญของประเทศต่อโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินระหว่างประเทศที่เร็วขึ้นและมีต้นทุนคุ้มค่า

news.article.disclaimer
แสดงความคิดเห็น
0/400
ไม่มีความคิดเห็น