ระหว่างวันที่ 4 มิ.ย. 2026 เวลา 18:00 ถึง 18:15 UTC BTC ปรับขึ้นลงด้วยอัตราผลตอบแทน -0.59% ช่วงราคาอยู่ที่ 63,143.6-63,575.9 USDT ความผันผวน 0.68% ภายใน 15 นาที ราคาปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้บรรยากาศตลาดทรุดลงอย่างมาก และความผันผวนขยายตัวชัดเจน
แรงขับเคลื่อนหลักของความผิดปกติครั้งนี้มาจากการชำระบัญชีแบบรวมศูนย์ของเงินที่ใช้เลเวอเรจและการล้างบวก/บังคับปิดสถานะ (liquidation) ระหว่างวันที่ 3-4 มิ.ย. ตลาดคริปโตฯ เผชิญเหตุชำระบัญชีขนาดใหญ่ รวมมูลค่าการชำระบัญชีทั้ง 2 วันมากกว่า 2.93 พันล้านดอลลาร์ โดยที่ฝั่งสถานะ Long ของ BTC ถูกปิดไปประมาณ 769 ล้านดอลลาร์ การเทขายจากการปิดสถานะฝั่ง Long ไม่สามารถถูกดูดซับได้ในระยะสั้น จึงเกิดวงจรป้อนกลับเชิงลบ ทำให้แนวโน้มขาลากยาวจากวันที่ 3 มิ.ย. ต่อเนื่องถึงช่วงเวลา 18:00-18:15 ของวันที่ 4 มิ.ย.
นอกจากนี้ กระแสเงินจาก ETF ยังไหลออกสุทธิต่อเนื่อง ส่งผลให้แรงขายในตลาดสปอตทวีความรุนแรงขึ้น ETF สปอตบิทคอยน์ของสหรัฐฯ แสดงเงินไหลออกสุทธิต่อเนื่องกัน 11 วันทำการ โดยมียอดไหลออกในรอบสัปดาห์อยู่ที่ 3.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับการไหลออกสุทธิรายสัปดาห์สูงสุดนับตั้งแต่เปิดตัว ETF ในปี 2024 ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่เพิ่มขึ้นทำให้ราคาน้ำมันทะลุ 90 ดอลลาร์/บาร์เรล กระตุ้นอารมณ์หลีกเลี่ยงความเสี่ยง ขณะที่เงินไหลจากสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงไปสู่สินทรัพย์หลบภัยมากขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีทะลุผ่าน 4.5% ยิ่งทำให้สภาพคล่องทั่วโลกตึงตัวขึ้น ปัจจัยหลายด้านซ้อนทับกันจนขยายความผันผวน
ขณะนี้ BTC ยังอยู่ในโซนภาวะ “ขายมากเกินไป” โดยตัวชี้วัด RSI อยู่ที่ 18.20 ใกล้ระดับภาวะขายมากเกินไปขั้นสุด ข้อที่ต้องติดตามต่อไปคือว่าโซนรีเทรซเมนต์แบบฟีโบนัชชีที่ $64,677 สามารถสร้างแรงต้านที่มีประสิทธิภาพได้หรือไม่ หากแนวรับหลุดอาจนำไปสู่แรงเทขายรอบใหม่ ความเสี่ยงต่อความผันผวนในระยะสั้นอยู่ในระดับสูง แนะนำให้จับตาการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลการชำระบัญชีบนเชนและทิศทางกระแสเงินของ ETF เป็นหลัก โดยให้รอดูสถานการณ์เป็นหลัก และอย่าดั้นซื้อก้นอย่างไม่รอบคอบ