จากข้อมูลของธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาดัลลัส (Dallas Federal Reserve) ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ดัชนีเงินเฟ้อ Trimmed Mean ซึ่งเป็นมาตรวัดที่ประธานเฟด เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ให้ความนิยม ลดลงเหลือ 2.3% เมื่อเทียบรายปีในเดือนเมษายน จาก 2.4% ในเดือนมีนาคม อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์และเจ้าหน้าที่ด้านนโยบายหลายรายเตือนว่าตัวชี้วัดดังกล่าวอาจประเมินแรงกดดันเงินเฟ้อจริงต่ำเกินไปอย่างเป็นระบบ นักเศรษฐศาสตร์ของดัลลัส เฟด ไทเลอร์ แอ็ตกินสัน (Tyler Atkinson) ระบุว่าเนื่องจากการปรับขึ้นของราคาที่สอดคล้องกันในหมวดสินค้าต่างๆ ที่เกิดจากนโยบายภาษี (tariff) ทำให้สมมติฐานเชิงสถิติพื้นฐานของโมเดลเสียไป อาจทำให้ตัวเลขถูกกดให้อยู่ต่ำกว่าความเป็นจริงโดยไม่ตั้งใจ
ในขณะเดียวกัน ดัชนีเงินเฟ้อ PCE แบบไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน (core PCE) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งเป็นมาตรวัดอ้างอิงมายาวนาน ยังคงเร่งตัวขึ้นต่อไป ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุว่า ณ เดือนเมษายน เงินเฟ้อ core PCE 12 เดือน เพิ่มขึ้น 3.3% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งถือเป็นอัตราที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2023 นักวิเคราะห์จาก Standard Chartered ระบุว่าเป็น “เรื่องยากที่จะโต้แย้งว่าแนวโน้มเงินเฟ้อชะลอตัวที่สะท้อนจาก Trimmed Mean นั้นเป็นเรื่องจริง” โดยชี้ให้เห็นว่าผลงานในอดีตและความสามารถในการคาดการณ์ของตัวชี้วัดนี้อ่อนแอกว่า core PCE