ตามรายงานของ The Block, Kelp DAO กำลังยุติการใช้ LayerZero ในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเชื่อมโยงข้ามเชน (cross-chain) และหันมาใช้ Chainlink แทน โดยกลายเป็นโปรโตคอลรายใหญ่อันดับแรกที่ย้ายออกจาก LayerZero หลังเหตุเอ็กซ์พลอยต์มูลค่า 292 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนที่แล้ว เมื่อวันที่ 18 เมษายน ผู้โจมตีที่เชื่อมโยงกับกลุ่ม Lazarus ของเกาหลีเหนือได้ใช้ประโยชน์จากการตั้งค่าแบบ single-verifier ในบริดจ์ LayerZero ของ Omnichain Fungible Token ส่งผลให้สามารถระบาย 116,500 rsETH จาก Kelp DAO ได้
LayerZero ได้แนะนำการตั้งค่า 1-of-1 Decentralized Verifier Network เป็นค่าตั้งต้น และการวิเคราะห์ชี้ว่า ณ ตอนเกิดเหตุโจมตี แอปพลิเคชัน LayerZero ประมาณ 2,665 ราย มี 47% ที่ใช้งานการตั้งค่าแบบ single-verifier เหมือนกัน เครือข่ายออราเคิลแบบกระจายอำนาจของ Chainlink ต้องอาศัยผู้ให้บริการโหนดอิสระอย่างน้อย 16 รายในการตรวจสอบธุรกรรมข้ามเชน ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้มากขึ้น นอกจากนี้ Kelp DAO ยังจะนำมาตรฐาน Cross-Chain Token ของ Chainlink มาใช้ โดย rsETH จะอาศัยโครงสร้างพื้นฐานของ Chainlink ซึ่งรองรับมูลค่าธุรกรรมข้ามเชนมากกว่า 30 ล้านล้านดอลลาร์จนถึงปัจจุบัน