สัญญาณหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้นในช่วงปลายวันอาทิตย์ หลังรายงานระบุว่ามีความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่าน นักลงทุนตอบรับเชิงบวกต่อความเป็นไปได้ที่จะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้สัญญา Nasdaq 100 แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
สัญญา Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.3% สู่ 29,940.75 ขณะที่สัญญา S&P 500 ปรับขึ้น 0.8% สัญญา Dow Jones ก็เพิ่มขึ้น 0.6% เช่นกัน ขณะที่เทรดเดอร์เปิดรับบรรยากาศความเสี่ยงเชิงบวก (risk-on) ที่แข็งแกร่งขึ้นทั่วตลาดโลก
นักลงทุนโห่ร้องเมื่อเห็นสัญญาณความก้าวหน้าทางการทูต
ความเชื่อมั่นในตลาดเพิ่มขึ้น หลังรายงานระบุว่าวอชิงตันและเตหะรานกำลังเดินเข้าใกล้ข้อตกลงที่เป็นไปได้ การเจรจามีเป้าลดความตึงเครียดในภูมิภาค และเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า “ไม่มีความรีบ” ในการสรุปข้อตกลง อย่างไรก็ดี นักลงทุนมุ่งไปที่โทนการเจรจาที่ดีขึ้น และความเป็นไปได้ของความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ลดลง
พัฒนาการล่าสุดทำให้เทรดเดอร์กลับไปเน้นสินทรัพย์ที่เติบโต โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยี ซึ่งมักได้ประโยชน์จากความคาดหวังเงินเฟ้อที่ลดลง และราคาพลังงานที่ทรงตัว
ราคาน้ำมันร่วงลงเมื่อความกังวลด้านอุปทานเริ่มเบาบาง
ตลาดน้ำมันตอบสนองอย่างชัดเจนต่อข่าวพาดหัวด้านการทูต โดยน้ำมันดิบสหรัฐและเบรนท์ทั้งคู่ปรับลดลง หลังความกังวลว่าการส่งมอบอาจสะดุดเริ่มจางลง
ราคาน้ำมันที่ลดลงมักหนุนหุ้น เพราะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานของธุรกิจ และลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้รับแรงส่งเสริมเพิ่มเติมในช่วงการซื้อขายล่วงหน้า
นักวิเคราะห์ยังระบุด้วยว่า ราคาพลังงานที่อ่อนตัวลงอาจส่งผลต่อการตัดสินใจในอนาคตของธนาคารกลางสหรัฐเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยบวกสำหรับหุ้นกลุ่มเติบโต
ตลาดยังระวังตัวก่อนข้อมูลสำคัญ
การปรับตัวขึ้นขยายไปทั่วตลาดต่างประเทศ โดยหุ้นในเอเชียก็ซื้อขายในแดนบวกเช่นกัน ขณะนี้ นักลงทุนหันความสนใจไปที่ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐที่จะมีขึ้น และสัญญาณใหม่จากธนาคารกลางสหรัฐในช่วงปลายสัปดาห์นี้
แม้โมเมนตัมจะแรง แต่เทรดยังระมัดระวังอยู่ หากมีความสะดุดในการหารือสหรัฐ-อิหร่าน อาจทำให้ความผันผวนกลับมาในตลาดน้ำมัน พันธบัตร และหุ้นได้อย่างรวดเร็ว