Comando Vermelho (CV) และ Primeiro Comando da Capital (PCC) ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลุ่มอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุดในบราซิล ได้ถูกรัฐบาลสหรัฐฯ กำหนดให้เป็นองค์กรก่อการร้ายแล้ว ทั้งสองกลุ่มมีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้สกุลเงินดิจิทัลเป็นเครื่องมือฟอกเงินสำหรับกิจกรรมค้ายาเสพติดในบราซิลและทั่วโลก
- ประเด็นสำคัญ:
-
- มาร์โก รูบิโอ ระบุให้ CV และ PCC เป็นผู้ก่อการร้ายระดับโลก โดยสถานะ FTO มีกำหนดเริ่มต้นในวันที่ 5 มิถุนายน
-
- ส่งผลต่อวงการคริปโต โดย PCC ใช้การขุด bitcoin เพื่อฟอกเงินไปทั่วบราซิล
-
- โดยได้รับการล็อบบี้จาก Flavio Bolsonaro สหรัฐฯ จะบังคับใช้กฎ FTO ที่เข้มงวดกับแก๊งบราซิลทั้ง 2 ต่อไป
Comando Vermelho (CV) และ Primeiro Comando da Capital (PCC) ถูกกำหนดให้เป็นกลุ่มก่อการร้าย
รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ภายใต้การบริหารของทรัมป์ กำลังยกระดับการกำหนดให้ “องค์กรอาชญากรรม” เป็น “องค์กรก่อการร้าย” ขึ้นไปอีกขั้น โดยจัดให้อยู่ในกลุ่มนี้จากกิจกรรมค้ายาเสพติด
เมื่อวันพุธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ ประกาศการกำหนดให้กลุ่มอาชญากรรมชาวบราซิลที่ใหญ่ที่สุด 2 กลุ่ม คือ Comando Vermelho (CV) และ Primeiro Comando da Capital (PCC) เป็นผู้ก่อการร้ายระดับโลกที่ได้รับการกำหนดเป็นพิเศษ (Specially Designated Global Terrorists: SDGTs) และเปิดเผยความตั้งใจที่จะกำหนดให้พวกเขาเป็น Foreign Terrorist Organizations (FTOs) ด้วย โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน

จากคำกล่าวของรูบิโอ ทั้งสองกลุ่ม “บัญชาการสมาชิกเป็นจำนวนหลายพันคน และอยู่เบื้องหลังการโจมตีอย่างโหดร้ายต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจบราซิล เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และพลเรือน” และได้ขยายกิจกรรมออกนอกพรมแดนของบราซิลด้วย การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากวุฒิสมาชิก Flavio Bolsonaro ซึ่งเป็นคู่แข่งของประธานาธิบดี Lula ในการเลือกตั้งที่จะมาถึง ได้ล็อบบี้ให้ดำเนินมาตรการนี้
ทั้งสองกลุ่มถูกชี้เฉพาะว่ามีการใช้สกุลเงินดิจิทัลเพื่อการฟอกเงิน และเป็นการต่อยอดจากกิจกรรมหลักของพวกเขา เพิ่มมิติด้านคริปโตให้กับการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ข้อมูลที่สื่อท้องถิ่นได้มาผ่านคำขอข้อมูลสาธารณะ ระบุว่าองค์กรเหล่านี้เป็น 1 ในกลุ่มผู้ฟอกเงินด้วยคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยตำรวจกลางยังเล็งเป้ากลุ่มที่เชื่อมโยงทั้งกับ PCC และกลุ่มก่อการร้ายเลบานอนอย่าง Hezbollah
รายงานระบุว่า PCC ดำเนินการขุด bitcoin เพื่อเป็น “ฉากหน้า” สำหรับการฟอกเงินมาตั้งแต่ปี 2024 เมื่อหน่วยตำรวจเซาเปาโลพบความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทขุด Jacatorta กับองค์กร ผ่าน Anselmo Santa Fausta ที่รู้จักกันในชื่อ Cara Preta ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติการระดับสูงของ PCC
ไม่นานมานี้ มีการค้นพบปฏิบัติการขุดอีกแห่งที่อยู่ในมือของ PCC ระหว่าง Operation Contenção ในเมืองรีโอเดจาเนโร โดยมีการยึด ASIC หลายสิบเครื่อง
กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ยังได้กำหนดให้แก๊งต่างๆ เช่น Tren of Aragua และ Sinaloa Cartel ซึ่งก็เชื่อมโยงกับการฟอกเงินด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลและกิจกรรมค้ายาเสพติดระดับโลก ให้เป็น Foreign Terrorist Organizations (FTOs) ด้วยเช่นกัน