ระหว่าง 4 มิถุนายน 2026 เวลา 00:15–00:30 UTC ETH ร่วงหนัก 1.81% ภายใน 15 นาที โดยราคาลดจาก 1819.68 USDT เหลือ 1783.9 USDT มีความผันผวน 1.97% ซึ่งบ่งชี้ว่าความผันผวนระยะสั้นทวีความรุนแรงขึ้นอย่างชัดเจน
แรงขับเคลื่อนหลักของความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มาจากความต้องการ “ย่อตัว” หลังภาวะซื้อมากเกินทางเทคนิคอย่างหนัก ดัชนี RSI ปรับขึ้นไปที่ 76.54 เข้าสู่โซนซื้อมากเกินแล้ว ขณะที่ MACD เกิด “เดดครอส” และมีสัญญาณ “ท็อปไดเวอร์เจนซ์” ทำให้ตัวชี้วัดหลายด้านซ้อนทับกันเป็นภาพขาลงที่ค่อนข้างรุนแรง กอปรกับการทำกำไรของฝั่งขาขึ้นระยะสั้น จนกระตุ้นให้เกิดการปิดสถานะต่อเนื่องแบบเป็นลูกโซ่
ขณะเดียวกัน ความไม่สมดุลที่รุนแรงในตลาดอนุพันธ์ ทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขาย ส่งผลให้การปรับลดลงยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ช่วงต้นเดือนมิถุนายน ปริมาณสัญญา ETH เพิ่มขึ้น 53.66% สู่ 3.188 พันล้านดอลลาร์ โดยภายใน 24 ชั่วโมง สถานะฝั่งซื้อถูกชำระทิ้ง 50.63 ล้านดอลลาร์ อัตราส่วน long/short อยู่ที่ 4.6:1 เมื่อราคเริ่มอ่อนตัวลง ฝั่ง long จำนวนมากถูกบังคับให้ปิดสถานะ เกิดปรากฏการณ์ “วิ่งหนี” นอกจากนี้ ถ้อยแถลงเชิงนโยบายแบบค่อนข้างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่เฟด ทำให้บรรยากาศตลาดเย็นลงตามด้วยที่ Bitcoin ปรับลงพร้อมกันเกือบ 11% และปัจจัยตามฤดูกาลในเดือนมิถุนายนที่ ETH เคยทำผลงานอ่อนแอกว่า (ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเคยติดลบ 7 ครั้ง) รวมกันเป็นแรงกดดันเชิงมหภาค ข้อมูลบนเชนชี้ว่าปลาบางส่วนลดการถือครอง ETH ในระดับสูงแล้วส่งเข้าบอร์ซะ แต่ผู้ถือระยะยาวยังคงโอนออกอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความแตกต่างระหว่างแรงขายจากเทรดเดอร์ระยะสั้นกับแผนการถือระยะยาวของสถาบัน
ในระยะสั้น แนวโน้มทางเทคนิคได้หลุดลงต่ำกว่าการรองรับจากเส้นค่าเฉลี่ยรายวันแล้ว MACD ยังเดินหน้าต่อเนื่องในโหมดเดดครอส ขณะที่ฝั่ง long ที่ใช้เลเวอเรจสูงในตลาดอนุพันธ์ยังมีความเสี่ยงที่จะถูกชำระบัญชี จึงควรระวังการไหลลงแบบต่อเนื่อง แนวรับด้านล่างให้จับตาช่วงกรอบต่ำสุดของโซนรายเดือน CRT ที่ 1750 ดอลลาร์ หากหลุดอาจนำไปสู่การทดสอบเส้นล่างของ Bollinger Band รายวันที่ 1720 อีกครั้ง