ตามรายงานของ Reuters และ Axios เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซเข้าสู่เดือนที่ 3 ท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เจ้าหน้าที่ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านเตือนว่า การโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ ครั้งใหม่ ไม่ว่าขนาดจะเป็นอย่างไร จะนำไปสู่การโจมตีที่ “ยาวนานและแสนสาหัส” ต่อฐานทัพทหารและเรือของสหรัฐฯ ในภูมิภาค ประธานาธิบดีทรัมป์มีกำหนดรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับทางเลือกทางทหารใหม่ต่ออิหร่านในวันพฤหัสบดี โดยบางข้อเสนอมีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้กำลังภาคพื้นดินของสหรัฐฯ เพื่อฟื้นฟูการเดินเรือขนส่งเชิงพาณิชย์ผ่านช่องแคบ
การปิดล้อมดังกล่าวส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำมันและก๊าซทั่วโลกประมาณ 20% ทำให้ราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน มาจิด มาจิด โมจตาบา คาเมเนอีให้คำมั่นว่าจะคงไว้ซึ่ง “การควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จ” ของเส้นทางน้ำ พร้อมเตือนว่ามหาอำนาจต่างชาติจะ “ถูกฝังไว้กลางทะเล” ขณะเดียวกันสหรัฐฯ กำลังสร้างพันธมิตรระหว่างประเทศที่เรียกว่า “Maritime Freedom Architecture” เพื่อให้มั่นใจว่าการผ่านเส้นทางจะเกิดขึ้นได้หลังยุติความขัดแย้ง แม้ฝรั่งเศสและอังกฤษจะระบุความพร้อมในการเข้าร่วมได้ก็ต่อเมื่อมีการประกาศหยุดยิง