สหรัฐอเมริกาทำการโจมตีอิหร่านสร้างความผันผวนอย่างมากในตลาดการเงิน ขณะนี้กำลังส่งผลกระทบต่อหุ้นนิวยอร์กอย่างรุนแรง การดำเนินการทางทหารครั้งใหญ่ภายใต้ชื่อ "ปฏิบัติการโกรธเกรี้ยว" เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ กำลังส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อเศรษฐกิจ
ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าการโจมตีครั้งนี้ต่ออุตสาหกรรมนิวเคลียร์และจรวดของอิหร่านมีเป้าหมายเพื่อป้องกันกลุ่มก่อการร้ายไม่ให้ก่อความวุ่นวายต่อเสถียรภาพของโลก อิหร่านตอบโต้ทันที ทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางตึงเครียดอย่างรุนแรง สถานการณ์ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์นี้กระตุ้นให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง
ในบริบทนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กเริ่มปรับตัวลดลง สินทรัพย์ดิจิทัลหลักเช่น Bitcoin ก็ร่วงลงอย่างรวดเร็ว นักวิเคราะห์ยืนยันว่านักลงทุนกำลังไหลเข้าสู่ทองคำและสินทรัพย์ปลอดภัยอื่น ๆ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าตลาดรับรู้ถึงความไม่แน่นอน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ลดลง 0.87% และ 3.38% ตามลำดับ ซึ่งเป็นสัญญาณของความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ หุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์และความกังวลเกี่ยวกับสินเชื่อเอกชนก็เพิ่มความกดดันให้กับตลาดการเงิน โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีอย่าง Nvidia และบริษัทบริหารสินทรัพย์ชั้นนำร่วงลงอย่างหนัก นำตลาดให้ซบเซาไปพร้อมกัน ขณะเดียวกัน ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อในสหรัฐก็เพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดจับตาการปรับนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐอย่างใกล้ชิด
คาดว่าข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญในสัปดาห์หน้าจะมีผลต่อแนวโน้มตลาดอย่างต่อเนื่อง รายงานการจ้างงานเดือนกุมภาพันธ์และยอดขายปลีกเดือนมกราคมจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ นักวิเคราะห์เชื่อว่าตามผลลัพธ์เหล่านี้ ธนาคารกลางสหรัฐอาจปรับนโยบายอัตราดอกเบี้ยเช่นกัน บรรยากาศความไม่แน่นอนนี้น่าจะดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่ง