ระหว่างวันที่ 3 มิ.ย. 2026 05:00 ถึง 05:15 (UTC) ราคาของ BTC ดีดตัวขึ้นในระยะสั้น โดยให้ผลตอบแทน +1.00% ช่วงราคาอยู่ที่ 66,467.1 - 67,260.0 USDT มีความผันผวน 1.19% ช่วงเวลาดังกล่าวราคาหลังจากปรับฐานลงจากจุดสูงต้นเดือนมิ.ย. ก่อนหน้านี้แล้วจึงเกิดการดีดกลับอย่างพอประมาณ ส่งผลให้ความสนใจของตลาดเพิ่มขึ้น และความผันผวนสูงกว่าช่วงไม่นานมานี้อย่างชัดเจน
แรงขับเคลื่อนหลักของความเคลื่อนไหวครั้งนี้คือการที่ระดับแนวรับเชิงเทคนิคถูกกระทริกจนทำให้ฝั่ง Short ต้องปิดสถานะ เมื่อราคาปรับลงจากจุดสูงสุดในเดือนพ.ค. แล้วประมาณ 10% ประกอบกับช่วงปลายเดือนเม.ย. ถึงต้นเดือนพ.ค. มีหลายแพลตฟอร์มเปิดสัญญา Short ขนาดใหญ่ (เช่น 39.98M USD ฯลฯ) พอราคาลงมาถึงโซนแนวรับเชิงเทคนิคสำคัญ สัญญา Short เหล่านั้นเผชิญกับการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจำนวนมาก จึงกระตุ้นให้เกิดการปิด Short หรือตั้งจุดตัดขาดทุน ทำให้เกิดวัฏจักรตอบรับเชิงบวกของ short covering ซึ่งผลักให้ราคาดีดกลับในระยะสั้น
ประการต่อมา โครงสร้างสมุดคำสั่งฝั่ง Spot แสดงว่าฝั่งซื้อได้เปรียบเล็กน้อย สัดส่วน Market Buy อยู่ที่ 195.24% สูงกว่าสัดส่วน Market Sell ที่ 190.16% สะท้อนว่ามีความตั้งใจในการรับซื้อที่แข็งแกร่งใกล้ระดับแนวรับเชิงเทคนิคดังกล่าว ขณะเดียวกัน ข้อมูลสถานะฝั่ง Long/Short ในตลาดสัญญาแสดงว่าสัดส่วนฝั่ง Long อยู่ที่ 55% และ Short 45% ทำให้มี net long exposure ประมาณ 23.3M ดอลลาร์สหรัฐ โครงสร้างการถือครองนี้เอื้อหนุนการเคลื่อนไหวขึ้นของราคา
นอกจากนี้ ผลจากฝั่งขายที่เริ่ม “หมดแรง” หลัง ETF ยังมีการไหลออกอย่างต่อเนื่องก็มีส่วนช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ในช่วงปลายเดือนพ.ค. ถึงต้นเดือนมิ.ย. 2026 ETP สกุลคริปโตทั่วโลกมี net outflow สะสมมากกว่า 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อแรงขายที่อาจเกิดขึ้นค่อย ๆ ออกไปจากตลาด แรงซื้อในเชิงขอบ (marginal buyers) ก็เพียงพอที่จะขับเคลื่อนการซ่อมแซมเชิงเทคนิคของราคา ในมุมเศรษฐกิจมหภาค การที่ราคาน้ำมันลดลงอาจช่วยผ่อนคลายความคาดหวังเงินเฟ้อ ตลาดเริ่มคาดการณ์ท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในเชิงบวกมากขึ้นเล็กน้อย ซึ่งก็เอื้อให้สินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวได้ดีเช่นกัน
การดีดกลับในปัจจุบันเป็นการซ่อมแซมเชิงเทคนิค ไม่ใช่สัญญาณกลับตัวของแนวโน้ม ต้องจับตาด่านสำคัญที่เลข 70,000 และแนวต้านบริเวณจุดสูงเดิมแถว 73,000 หากกระแสเงินใน ETF กลับมาไหลออกอีก หรือดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US dollar index) แข็งค่าขึ้น ราคามีโอกาสกลับไปถูกกดดันอีกครั้ง นักลงทุนควรติดตามกระแสเงินของ ETF อย่างใกล้ชิด รวมถึงดัชนีดอลลาร์สหรัฐและการเปลี่ยนแปลงของเงินในเชน (on-chain) เพื่อประเมินความเสี่ยงความผันผวนในระยะสั้นอย่างรอบคอบ