ตามรายงานของ The New York Times เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน การฟื้นตัวของช่องแคบฮอร์มุซสู่การขนส่งตามปกติอย่างเต็มรูปแบบจำเป็นต้องใช้เวลาพอสมควร แม้สหรัฐฯ และอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงสันติภาพแล้วก็ตาม เนื่องจากความเสี่ยงด้านความมั่นคงและต้นทุนประกันสงครามพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้การค้าพลังงานโลกไม่สามารถกลับสู่ระดับก่อนเกิดความขัดแย้งได้ในระยะสั้น
ขณะเดียวกันประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ รวมถึงสหรัฐฯ แคนาดา บราซิล คาซัคสถาน และเวเนซุเอลา กำลังเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบ ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าปล่อยสต็อกจากคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve) ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ก็หันไปใช้การขนส่งผ่านท่อส่งทางบกเพื่อลดการพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ดี กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าเศรษฐกิจของกาตาร์อาจหดตัวราว 9% ในปีนี้ เนื่องจากการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ลดลง และคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอ่าวโดยรวมถูกปรับลดลงอย่างมาก